โครงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ (ภาคประชาชนและภาครัฐ) หลักสูตร EOR
หลักสูตรการลาดตระเวนตรวจค้นด้านวัตถุระเบิดและการแจ้งเหตุอาชญากรรม · EXPLOSIVE ORDNANCE RECONNAISSANCE (EOR)
หลักการและเหตุผล
วัตถุประสงค์ของโครงการ
เพิ่มพูนความรู้และทักษะเกี่ยวกับอันตรายด้านวัตถุระเบิด พร้อมการบริหารเหตุการณ์ที่รวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย
เป็นตัวช่วยให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแจ้งเหตุข่าวสารด้านวัตถุระเบิดหรือเหตุอาชญากรรม
บูรณาการร่วมกันระหว่างภาคประชาชนกับภาครัฐ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความมั่นคงของประเทศ
ยกระดับทักษะยุทธวิธีและการเผชิญเหตุฉุกเฉินของบุคลากรด้านความปลอดภัยให้ได้มาตรฐานสากลเดียวกัน
ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการฝึกอบรม ผ่านการคัดกรอง การควบคุมความเสี่ยง และการบริหารเหตุการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ
กลุ่มเป้าหมายของโครงการ
บุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย เจ้าหน้าที่เผชิญเหตุฉุกเฉิน วิศวกรความปลอดภัย หรือพนักงานที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชน ที่ต้องเข้ารับการยกระดับทักษะในหลักสูตร EOR
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายจัดซื้อ และผู้บริหารขององค์กรต้นสังกัด ที่ต้องการระบบเอกสารที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องเพื่ออนุมัติงบประมาณ รวมทั้งบุคคลในหลากหลายอาชีพที่สนใจยกระดับทักษะความปลอดภัย
ลักษณะของโครงการ
โครงการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการฝึกอบรม (การพัฒนาระบบบริหารจัดการดิจิทัลควบคู่กับ การจัดการเรียนการสอนภาคปฏิบัติเชิงยุทธวิธี) สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากร ด้านความปลอดภัยและการบรรเทาสาธารณภัยระดับสากล
แนวทางการดำเนินการ
1. การชี้แจงและปฐมนิเทศ
ดำเนินการชี้แจงภาพรวมเกี่ยวกับภารกิจ บทบาทหน้าที่ และภาพรวมของการตรวจค้นและรับรู้ภัยอันตรายจากวัตถุระเบิด (การบริการ ทลร. & EOR)
2. การบรรยายภาคทฤษฎี
- 2.1 ให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์และรูปแบบภัยคุกคามในมิติใหม่ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการก่อเหตุ
- 2.2 แนะนำการใช้งานแอปพลิเคชัน (Application) สำหรับการแจ้งเหตุฉุกเฉินและวัตถุต้องสงสัยอย่างถูกต้องและรวดเร็ว
3. การฝึกภาคปฏิบัติและการบริหารสถานการณ์
- 3.1 ฝึกปฏิบัติจำลองการแจ้งเหตุฉุกเฉินและการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (จนท. EOD)
- 3.2 ฝึกทักษะการบริหารจัดการสถานการณ์เบื้องต้นเมื่อพบวัตถุต้องสงสัย เพื่อความปลอดภัยของสถานที่ ทรัพย์สิน และประชาชน
4. การวัด ประเมินผล และสรุปผลโครงการ
- 4.1 จัดให้มีการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและการประเมินผลผ่านแบบสอบถาม เพื่อวัดความเข้าใจของผู้เข้าอบรม
- 4.2 พิธีมอบวุฒิบัตร มอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ ถ่ายภาพร่วมกัน และพิธีปิดโครงการอบรมอย่างเป็นทางการ
ตารางการฝึกอบรม
ค่าธรรมเนียมและงบประมาณ
งบประมาณจำแนกเป็นค่าธรรมเนียมวิทยากร/ครูฝึก ค่าสถานที่ ค่าวัสดุอุปกรณ์ฝึกอบรม ค่าระบบดิจิทัล TMS และค่าอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมอบรม 100 คน
ปัญหาและอุปสรรค
รูปแบบการบริหารจัดการฝึกอบรมแบบเดิมไม่รองรับผู้เรียนจำนวนมาก เกิดความล่าช้าและเสี่ยงต่อการดูแลความปลอดภัยไม่ครอบคลุม
ระบบบริหารจัดการอุปกรณ์แบบดั้งเดิมล่าช้า ขาดเทคโนโลยีสนับสนุน เสี่ยงต่อความผิดพลาดและอันตราย
ผู้ผ่านการอบรมไม่ได้ฝึกทักษะการตัดสินใจในสถานการณ์วิกฤตจริง ทักษะไม่เท่าทันภัยรูปแบบใหม่
ขาดฐานข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ในการประเมินผลที่ตรวจสอบได้
กระบวนการออกเอกสารและรับรองคุณวุฒิล่าช้า พึ่งพาเอกสารกระดาษ ตรวจสอบยาก
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ระบบฝึกอบรมที่รองรับผู้เรียนจำนวนมากอย่างเป็นระบบและปลอดภัย
จัดสรรอุปกรณ์ภาคปฏิบัติได้รวดเร็ว แม่นยำ ปลอดภัยสูง โดยมีเทคโนโลยีสนับสนุน
ได้บุคลากรที่มีทักษะการเผชิญเหตุฉุกเฉินที่ทันสมัยและใช้งานได้จริง
มีระบบบันทึกผลเชิงประจักษ์ที่โปร่งใส ตรวจสอบหลักฐานและอนุมัติเอกสารรับรองได้รวดเร็ว
เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนเมื่อเกิดเหตุวิกฤต
การประเมินผล
1. การประเมินภาคทฤษฎี
ประเมินความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทภารกิจ EOR ภัยคุกคามในมิติใหม่ การใช้เทคโนโลยีในการก่อเหตุ และขั้นตอนการใช้แอปพลิเคชันแจ้งเหตุ ผ่านการทดสอบภาคทฤษฎี
2. การประเมินภาคปฏิบัติ
ประเมินทักษะและความสามารถในการปฏิบัติจริง ด้านขั้นตอนการแจ้งเหตุฉุกเฉินและการบริหารจัดการสถานการณ์เบื้องต้น ร่วมกับเจ้าหน้าที่ EOD ในสถานการณ์จำลอง
สถาบัน SMART RANGER INTERNATIONAL ACADEMY
ผู้อนุมัติโครงการ: ผู้อำนวยการสถาบัน SMART RANGER INTERNATIONAL ACADEMY
